Social
ศาลยกฟ้อง 'บิ๊กโอ๋' ปลด 'มาร์ค' คดีใช้เอกสารเท็จเป็นทหาร
8:08 PM
ศาลออกนั่งบัลลังก์ พิพากษายกฟ้องคดี "อภิสิทธิ์" ฟ้อง "สุกำพล" กรณีปลด "ร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ออกจากการเป็นนายทหารสัญญาบัตรประจำการ เนื่องจากใช้เอกสารใบแทน สด.9 เป็นเท็จ หลังจากที่ทั้งสองฟ้องร้องกันมาอย่างยาวนาน ในคดีหลีกหนีการเกณฑ์ทหารแล้วเข้าเป็นอาจารย์ รร.จปร.
เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 58 ที่ศาลแพ่งรัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาให้ยกฟ้องคดี กรณีที่ นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ เป็นโจทก์ฟ้อง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม เป็นจำเลย โดย ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่ง กห.ที่ 1163/55 ลงวันที่ 8 พ.ย. 55 ที่ให้ ปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากการเป็นนายทหารสัญญาบัตรประจำการ มีผลตั้งแต่ 2 มิ.ย. 2531 เนื่องจาก ใช้เอกสารใบแทนสด.9 ที่เป็นเอกสารเท็จ ไปขึ้นทะเบียนกองประจำการในวันดังกล่าว ถือว่า เป็นการกระทำทุจริต ประพฤติมิชอบในราชการ ผิดจริยธรรมของนายทหารสัญญาบัตร และผิดวินัยทหารร้ายแรง ศาลพิเคราะห์แล้ว วินิจฉัยตัดสินให้ยกฟ้องของโจทก์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากมีผู้ร้องเรียนต่อทางราชการหลายครั้ง ว่า นายอภิสิทธิ์ หลบเลี่ยง หลีกหนี และขาดการเกณฑ์ทหาร แต่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการกลาโหม และแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตร ตำแหน่งอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร.โดยมิชอบ แต่ผลการสอบสวนในปี 2542 โดยกรมจเรทหารบก และกรมการกำลังสำรองทหารบก ได้สูญหายไป ในระหว่างที่ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ส่วนการร้องเรียน ในปี 2552 กลับไม่มีการดำเนินการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2555 ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ขอให้กระทรวงกลาโหม สอบสวนใหม่ โดยกระทรวงกลาโหมได้แต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวน 2 คณะ โดยคณะแรกมี พล.อ.อ.ไมตรี โอสถหงษ์ รองปลัดฯ กลาโหม เป็นประธานสอบข้อเท็จจริง และคณะที่สองมี พล.อ.ม.ล.ประสบชัย เกษมสันต์ รองปลัดฯ กลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณา ตรวจสอบผลการสอบสวนของคณะแรก และเสนอวิธีดำเนินการ ซึ่งคณะกรรมการทั้ง 2 คณะ เห็นตรงกันว่า นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ใช้เอกสารเท็จเป็นใบแทน สด.9 ที่ไม่ตรงกับ สด.9 เดิมที่ถูกต้อง ไปใช้ในการขึ้นทะเบียนกองประจำการ และได้หลบหนี หลีกเลี่ยง ขาดการเกณฑ์ทหาร มาแต่ต้นด้วย จึงต้องใช้ใบแทน เพื่อปกปิดความผิดของตน และต้องการขึ้นทะเบียนเพื่อนับเวลารับราชการทหาร และพบว่าเป็นการที่ นายอภิสิทธ์ ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมมาแต่ต้นอีกด้วย
ที่มา :http://www.thairath.co.th/content/555870
0 comments