Health
กระจ่าง! ฟังจากหมอ เมื่อ หนุ่ม อยากขาว จึง โด๊ป สิ่งนี้ จัดหนัก 2 เดือน ผลที่ได้ เป็นเรื่องใกล้ตัวเราต้องระวังจริงๆ
6:13 PM




รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่มีบริษัทอาหารเสริมยี่ห้อหนึ่งได้ทำการเผยแพร่โฆษณาอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอนช่วยทำให้ผิวขาวถาวรว่า ขณะนี้เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปในประเทศไทยและกลุ่มเอเชียว่าไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวจากสีดั้งเดิมเป็นสีขาวเหมือนคนชาติอื่นๆ ได้ การพยายามเอาสารต่างๆ มาใช้กับผิวหรือรับประทาน เพื่อให้มีผิวขาวจางลงนั้นมีทั้งอันตรายและ ไม่ได้ผล ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ผลอะไร ในกรณี ไวเทนนิ่ง เข้าข่ายเป็นเครื่องสำอางที่ระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต้องเป็นสารที่ไม่สามารถไปเปลี่ยนโครงสร้างของผิวได้ ไม่สามารถห้ามเมลาโนไซต์ หรือเซลล์เม็ดสีให้หยุดทำงานได้ อย่างมากที่สุด
คือการเคลือบเอาไว้เท่านั้น เช่น ครีมกันแดดที่ผสมสารเคลือบไว้ทำให้ดูขาวขึ้น สำหรับสาร ตัวใดที่จะเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างทำให้ผิวขาวขึ้นได้นั้นจะจัดอยู่ในประเภทของยา ต้องใช้ภายใต้การควบคุมพิเศษจากแพทย์เท่านั้น เช่น สารไฮโดรควิโนน ซึ่งเป็นสารตัวเดียวที่ใช้รักษาโรคฝ้า ด่างขาว โดยสารดังกล่าวจะไปกัดผิว แต่หากใช้นานๆ ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน โดยจะทำให้ผิวหน้า ดำคล้ำ หรือบางคนทาไปแล้วกัดผิวจนทำให้เป็นโรคด่างขาวตามมาอีก
"ในส่วนของกลูต้าไธโอนนั้นมีทั้งแบบกิน แบบฉีดเข้าไป พวกนี้หากเป็นชนิดฉีดจะไปเปลี่ยนโครงสร้างของเม็ดสีให้เป็นอีกชนิดหนึ่งเหมือนของชาวต่างชาติ ใสขึ้น เป็นสีชมพู แต่ผลตรงนี้จะเกิดขึ้นแค่ชั่วคราวเท่านั้นก็จะกลับมาเป็นปกติ ในทางกลับกันจะก่อให้เกิดอันตรายมาก บางคนเสียชีวิต หากเป็นยากินยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ มีผลการศึกษาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่บอกว่าช่วยทำให้สีผิวอ่อนลง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวให้ขาว ดังนั้นในกลุ่มยารับประทานสำหรับรักษาโรคเลือด กลุ่มพวกนี้หากรับประทานในระยะยาวจะมีผลต่อตับ เส้นเลือดไม่แข็งตัว ทำให้เลือดออกตามผิวหนังได้ และให้ผลเพียงชั่วคราวเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการทำให้ผิวขาวนั้นอันตราย สารที่ทำให้สีผิวเปลี่ยนไปจะอันตรายมาก และไม่ถาวร" รศ.นพ.นภดลกล่าว
อ่านต่อที่ :http://www.siamupdate.com/news-180144
0 comments