รถของกลาง 204 คันกับเหตุ "ร.ต.อ.ทวี" ปลิดชีพตนเอง

การเสียชีวิตของ "ร.ต.อ.ทวี หมื่นรักษ์" พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ที่ปลิดชีพตัวเอง เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2559 ทำให้คดีการยึดจำ...

การเสียชีวิตของ "ร.ต.อ.ทวี หมื่นรักษ์" พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ที่ปลิดชีพตัวเอง เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2559 ทำให้คดีการยึดจำนำจำนวน 204 คัน กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคม เมื่อครอบครัวและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ข้อมูลว่า ร.ต.อ.ทวี ถูกกดดันจากการทำคดีนี้


พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่ามีข้าราชการที่ไม่ใช่ตำรวจและเป็นที่ปรึกษาบริษัทไฟแนนซ์เข้ามากดดันการทำงานของพนักงานสอบสวน และทราบว่าพนักงานสอบสวนคืนรถยนต์ให้กับเจ้าของไปแล้ว 9 คันตามคำสั่งศาล ส่วนรถยนต์ที่เหลืออยู่ระหว่างพิสูจน์และตรวจสอบว่าเป็นของบุคคลใด ซึ่งต้องใช้เวลา


พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวผ่านรายการตอบโจทย์ ทางไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ว่า อาจมีกลุ่มบริษัทเอกชนเข้าไปกดดันการทำงานเพื่อต้องการรถยนต์ที่ถูกยึดไปคืน และหากมีตำรวจระดับสูงเข้าไปกดดันพนักงานสอบสวนจริง ก็พร้อมจะตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดเริ่มต้นของคดีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอ้างถึง คือคดียึดรถจำนำที่ขณะนี้ถูกเก็บไว้บนตึกไอทีสแควร์ ย่านหลักสี่ จำนวน 204 คันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 แล้ว ขณะนี้มีการคืนไปแล้วบางส่วน เหลือรถของกลางในคดี 182 คัน รถยนต์ที่ถูกยึดนี้จำแนกได้ 5 กลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นรถที่ยังติดไฟแนนซ์แต่ถูกนำมาจำนำ จนบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อพยายามขอคืน

พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รอง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนคดียึดรถ เปิดเผยผลการตรวจสอบที่มาของรถ สามารถจำแนก ผู้ครอบครองรถเหล่านี้ได้ 5 กลุ่ม ประกอบด้วย

1) รถของบุคคลธรรมดา ไม่ติดไฟแนนซ์ 22 คัน และได้คืนรถเจ้าของไปแล้ว
2) กลุ่มรถของไฟแนนซ์ที่ศาลสั่งให้ผู้ครอบครองรถคืนรถแก่ไฟแนนซ์
3) กลุ่มผู้ครอบครองที่อ้างว่าเป็นเจ้าของ
4) กลุ่มค้างค่างวดไฟแนนซ์ 1-3 เดือน
5) กลุ่มค้างไฟแนนซ์ 4 เดือนขึ้นไป

ในจำนวน 182 คันที่เหลือนี้เป็นรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการประสานกรมบังคับคดี 9 คันตามาศาลสั่ง รถยนต์ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและเจรจาคืนรถยนต์ 137 คัน และเป็นรถยนต์ที่บริษัทไฟแนนซ์แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ครอบครองรถยนต์ 36 คัน ในฐานความผิดยักยอกทรัพย์

มีรายงานว่ารถเหล่านี้นอกจากเป็นรถหนีไฟแนนซ์ยังพบว่าเป็นรถที่รับจำนำมาจากบ่อนการพนันตามแนวชายแดน ซึ่งตั้งแต่วันที่ตำรวจเข้าตรวจยึดจนถึงวันที่สิ้นสุดการร้องขอติดตามคืน หากไม่ทันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 จะครบอายุความ 90 วันของการรับแจ้งความ

รถยนต์ทั้ง 204 คันเป็นรถที่มีคนนำมาจำนำกับเต็นท์รถย่านหลักสี่ แล้วไม่มาถอนคืน เจ้าของเต็นท์รถจึงมาเช่าพื้นที่จอดไว้บนตึกไอทีสแควร์ ปัญหาอยู่ที่ว่า รถส่วนใหญ่เป็นรถที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่ ตามกฎหมายนำมาจำนำไม่ได้ถือว่าเป็นการยักยอกทรัพย์ เมื่อตำรวจเข้ายึดรถไว้เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 นับเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

ข้อขัดแย้งเกิดขึ้นเมื่อบริษัทลิซซิ่งที่ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถที่ยังผ่อนไม่หมดพยายามจะขอรถคืน แต่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องปฏิเสธ และไม่รับแจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์ ต่อมาในวันที่ 11 มกราคม 2559 มีตัวแทนบริษัทลิซซิ่ง 18 บริษัทไปพบกับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ขอให้ตำรวจรับแจ้งความยักยอกทรัพย์

สุดท้ายวันที่ 20 มกราคม 2559 ตัวแทนบริษัทเข้าแจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์แบบไม่ระบุตัว เพราะสิทธิ์ในการครอบครองรถอาจยังไม่ชัดเจนว่าใคร ลิซซิ่งจึงฟ้องใครก็ตามที่ครอบครองรถของบริษัทอยู่ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ แม้แต่พนักงานสอบสวนอาจจะตกเป็นผู้ต้องหาทางอ้อมก็ได้ ในเมื่อไม่ระบุตัว

หลังจากเข้าพบรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว วันที่ 25 มกราคม 2559 ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เรียกพนักงานสอบ 5 คนมารับแจ้งความ 1 ใน 5 คนคือ ร.ต.อ.ทวี หมื่นรักษ์ ทั้งที่ สน.ทุ่งสองห้องปฏิเสธรับแจ้งความมาตลอด 4 วัน


หลังจากนั้น ร.ต.อ.ทวี ตัดสินใจฆ่าตัวตายเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2559 ครอบครัวและเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนจึงเชื่อว่าการตัดสินใจปลิดชีพตนเองของ ร.ต.อ.ทวี อาจเกี่ยวข้องการเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ แต่สุดท้ายแล้วต้องรอผลการสอบสวนของทางตำรวจอีกครั้ง
http://news.sanook.com/1943382/

You Might Also Like

0 comments

Online