
ต่างจากในตลาดแม่กิมเฮง ถนนสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ย่านจำหน่ายดอกไม้และแผงดอกไม้สดกว่า 10 ร้าน ได้ตกแต่งหน้าร้านของตัวเองด้วยดอกไม้สีสันสดใส และรับจัดช่อดอกไม้เป็นรูปแบบต่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ รวมทั้งตามห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา ก็มีการจัดบูธจำหน่ายดอกไม้วันแห่งความรัก และช็อกโกแลต ดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุด อาทิ ดอกกุหลาบสีแดงสด สีชมพู และสีขาว มีการจัดเป็นช่อ ช่อละตั้งแต่ 100-700 บาท มีลูกค้าสั่งจองดอกไม้และเลือกซื้อดอกกุหลาบกันอย่างคึกคัก แม้ราคาปีนี้จะปรับสูงขึ้น 3 เท่าตัวจากปกติดอกละ 10 บาท เพิ่มเป็นดอกละ 30 บาท ดอกกุหลาบฮอลแลนด์ขนาดใหญ่ จากปกติดอกละ 100 บาท เพิ่มขึ้นเป็นดอกละ 300 บาท
ขณะเดียวกัน ในช่วงสาย ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่นโฮเทล กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับความรัก กับโครงการ “ตำรวจไซเบอร์ฉีกหน้ากากรักออนไลน์รับวาเลนไทน์” เปิดเผยความน่ากลัวของคดี “โรแมนซ์สแกม” การหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย โดย พ.ต.อ.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์ รอง ผบก.ปอท. กล่าวว่า ในปี 58 มีคดีโรแมนซ์สแกม ประมาณ 80 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 150 ล้านบาท จับผู้ต้องหา 20 ราย แนวโน้มสถิติผู้ถูกหลอกมีปริมาณเพิ่มขึ้น ตำรวจต้องออกมาประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันเหยื่อ อย่าได้หลงเชื่อคนร้าย
ทั้งนี้ รอง ผบก.ปอท.กล่าวถึงวิธีล่อลวงเหยื่อว่าคนร้ายที่ส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกัน จะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิงมีอายุ 45-60 มีฐานะดี การศึกษาดี ตามสโลแกน “โสด เหงา ตังค์เหลือ” เข้ามาทำความรู้จักผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก ใช้รูปประจำตัวของชาวยุโรปหรืออเมริกันที่หน้าตาดี แล้วจะทักทายเหยื่อในลักษณะการจีบ ทำให้ไว้เนื้อเชื่อใจ หากฝ่ายหญิงหลงเชื่อก็จะเข้าสู่ขั้นตอนสร้างเรื่องหลอกให้โอนเงิน กรณีที่เคยเจอโอนเงินให้คนรักออนไลน์ที่ไม่เคยพบหน้ากันแม้แต่ครั้งเดียวเป็นจำนวนถึง 26 ครั้ง คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 33 ล้านบาท ใช้เวลาถึงเกือบ 2 ปี ก่อนเหยื่อจะทราบว่าตัวเองถูกหลอก
ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.2 ปอท. กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายจะอาศัยอยู่ที่เมืองไทยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว หลอกลวงเป็นขบวนการ มีจิตวิทยาสูงสามารถหลอกเหยื่อตายใจได้ โดยถูกถ่ายทอดต่อๆกันมา การหาเหยื่อจะอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ใช้เฟซบุ๊กค้นหาผู้หญิงที่มีฐานะดี โพสต์ภาพแสดงความหรูหรา มักตั้งค่าความเป็นส่วนตัวแบบสาธารณะทำให้เห็นได้หมด เลยเป็นช่องทางให้คนร้ายได้เข้ามาทำการบ้านกันมาเป็นอย่างดี ทั้งนี้ คนร้ายจะสร้างเรื่องต่างๆขึ้นมาให้เหยื่อโอนเงิน เช่น ญาติป่วย ชักชวนลงทุน หรือขอให้โอนค่าธรรมเนียมในการรับของขวัญที่ส่งมาให้ ซึ่งขั้นตอนนี้จะมีคนไทยมาร่วมขบวนการด้วย อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับคนร้าย สมรู้ร่วมคิดกัน ส่วนฝ่ายหญิงคอยเปิดบัญชีเพื่อคอยรับโอนเงินจากเหยื่อแทน
พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวอีกว่า ขอฝากเตือนผู้ใช้โซเชียลต้องระมัดระวัง ด้วยการสังเกต ดังนี้ ตกหลุมรักเราในระยะเวลาสั้น ขอแต่งงาน เรียกเราว่าที่รัก การเรียกแบบนี้เพื่อง่ายต่อการเรียกชื่อเหยื่ออีกหลายสิบคน เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับทางด้านการเงิน ขอให้เหยื่อช่วยเหลือ การใช้ภาษาอังกฤษที่อาจผิดไวยากรณ์ เพราะเป็นคนผิวดำปลอมตัวมา ใช้รูปโปรไฟล์ที่เป็นบุคคลหน้าตาดี จึงต้องขอให้มีการแสดงหน้าตาผ่านกล้องไปเลย หากบ่ายเบี่ยงเชื่อได้ว่าเป็นพวกหลอกลวง นอกจากนี้ ยังมีเคสที่ผู้ชายส่วนใหญ่เจอ คือการชักชวนให้แสดงโชว์อวัยวะเพศ ผ่านหน้ากล้อง สุดท้ายแบล็กเมล์ถูกขู่เรียกเงินไปเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่กระทำผิดในลักษณะคดีโรแมนซ์สแกมจะถูกดำเนินคดีฉ้อโกง และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ
ต่อมาในช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า ในโอกาสวันแห่งความรัก เป็นห่วงบรรดาวัยรุ่น คู่รักต่างๆ ระมัดระวังตัวไปเที่ยวอะไรต่างๆ ผู้หญิงต้องระวังตัวมีคุณค่า ผู้ชายก็ให้เกียรติผู้หญิงบ้าง อย่าเอารัดเอาเปรียบ แล้วทำให้ประเพณีไทยเสียหาย เราไม่ใช่ต่างประเทศที่เลยไปแล้ว วัฒนธรรมเราดีงาม สวยงาม ต่างชาติก็เป็นแบบของเขา ไม่ใช่ดีหรือไม่ดี ตนไม่ว่าแต่ของเราเคยดีอยู่แล้ว อย่าทำ อย่าให้เดือดร้อนก็แล้วกัน
สำหรับการจัดกิจกรรมล่วงหน้าก่อนถึงวันแห่งความรัก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์พัฒนาการจัดการสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งมอบความรักวันวาเลนไทน์ให้แก่ผู้สูงอายุ โดยนางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วย รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า วธ.มีแนวทางรณรงค์ให้เด็กและเยาวชน รวมทั้งประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการมอบความรักให้กันอย่างถูกต้องตามวิถีวัฒนธรรมไทย เพื่อให้เกิดการส่งมอบความรักสร้างสรรค์ ส่วนที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พ.ต.ท.สมเกษม จารักษ์ รอง ผกก.จร.สน.สำราญราษฎร์ แต่งกายเป็นคิวปิด เทพเจ้าแห่งความรัก นำ “จ่าตุ๊ก” หรือรถตุ๊กตุ๊กสายตรวจ ออกบริการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวต่างชาติหลงทางไปสู่เป้าหมาย รวมถึงตระเวนออกแจกลูกอมรูปหัวใจ และแผ่นพับขับขี่รถอย่างปลอดภัยไปยังพื้นที่ต่างๆ เป็นที่ชื่นชอบและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้สัญจรไปมาได้อย่างมาก
http://www.thairath.co.th/content/576787
0 comments