Social
อดีตผู้พิพากษาเปิดข้อกฎหมายคดีฆ่าฝังพัทลุง ระบุโหดเหี้ยมเกินคนปกติ แม้สารภาพก็ไม่ควรลดโทษ
8:35 PMอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาอธิบายข้อกฎหมายคดีทำร้ายร่างกายและฆาตกรรมคู่รักวัยรุ่นที่พัทลุงว่าเป็นการกระทำความผิดที่โหดเหี้ยมเกินกว่าคนปกติ และมีการไตร่ตรองไว้ก่อน แม้จะมีการสารภาพ แต่ไม่สมควรได้รับการลดหย่อนโทษ เนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานแน่ชัด

ขอเรียนว่า ข้อกฎหมายที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นการกล่าวตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อมวลชน ถ้าข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปข้อกฎหมายก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย
การใช้อาวุธปืนขู่บังคับให้ผู้ชายกับผู้หญิงผู้เสียหายให้นั่งรถจักรยานยนต์ไปด้วย เป็นความผิดฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
การร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้หญิงผู้เสียหาย เป็นการร่วมกระทำอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง มีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต
การใช้อาวุธปืนยิงผู้ชายถึงแก่ความตาย โดยมีการขุดหลุมเพื่อฝังศพไว้ก่อน เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) มีโทษประหารชีวิต
การใช้อาวุธปืนยิงและใช้มีดแทงผู้หญิงผู้เสียหาย เป็นการพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของผู้กระทำ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (8), 80 มีโทษจำคุกตลอดชีวิต
การกระทำความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมและนับโทษต่อกัน ยกเว้นถ้าศาลลงโทษประหารชีวิตในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามมาตรา 289 (4) ก็ไม่อาจลงโทษจำคุกในความผิดฐานอื่นๆ ได้อีก
โดยความเห็นส่วนตัวเห็นว่า การกระทำหรือพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดในคดีนี้มีจิตใจเหี้ยมโหดเกินกว่าคนปกติธรรมดาจะกระทำได้ แม้จะให้การรับสารภาพก็ไม่ให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เพราะมีผู้หญิงผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานที่รับฟังลงโทษผู้กระทำความผิดได้อยู่แล้ว ศาลจึงไม่ควรลดโทษให้และต้องไม่ลดโทษให้ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ด้วย
อ่านต่อที่ : http://news.sanook.com/1942658/
0 comments