Social
ปฏิรูปสีกากี สกัดลื่นไหล พนง.สอบสวน หรือปรากฏการณ์ 'สมองไหล' จะปะทุอีก!
5:15 PM
สำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวนเป็นตำแหน่งที่จะต้องอยู่กับสำนวนคดี รับผิดชอบคดีหนักกว่าตำแหน่งอื่นๆ ทำให้ก่อนปี 2547 จึงมีพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ อยากจะวิ่งย้ายไปอยู่ในฝ่ายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสืบสวน ฝ่ายปราบปราม ฝ่ายจราจร ฯลฯ ทำให้ตำแหน่งพนักงานสอบสวนค่อนข้างขาดแคลน
กระทั่งต่อมาปี 2547 ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนจะสามารถมีการปรับเลื่อนชั้นขึ้นเมื่อครบหลักเกณฑ์ เมื่อทำสำนวนคดีครบตามกำหนด สามารถลื่นไหลขึ้นไปโดยอัตโนมัติ ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้าราชการตำรวจที่เต็มใจจะอยู่ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนเพิ่มขึ้นเพื่อรอปรับเลื่อนตามวาระ ถือเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน

ต่อมา พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าสอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลเทียนทะเล ในฐานะเลขาธิการสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ทบทวนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 6/2559 และฉบับที่ 7/2559 เรื่อง การคัดเลือกหรือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ซึ่งเกี่ยวกับการยุบเลิกตำแหน่งและเงินประจำตำแหน่งพนักงานสอบสวน เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวสร้างเคราะห์กรรมให้กับพนักงานสอบสวนระดับผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นไปเป็นอันมากอย่างไม่คาดคิด การปลดพนักงานสอบสวนไปประมาณ 700 คน โดยไม่มีงานทำ ไม่มีหน่วยงาน ไม่เป็นการปฏิรูปที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย และรัฐธรรมนูญที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด จึงอยากร้องขอความเป็นธรรม
ขณะที่ พ.ต.อ.ภรภัทร เพ็ชรพยาบาล พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สถานีตำรวจภูธรบางปู ในฐานะประธานสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ เปิดเผยว่า เดิมความในมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 หมวด 1 ว่าด้วยตำแหน่งและการกำหนดตำแหน่ง จะมีพนักงานสอบสวนคู่กับตำแหน่งรองสารวัตร (รอง สว.) พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการคู่ตำแหน่งสารวัตร (สว.) พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษคู่กับรองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิคู่กับผู้กำกับการ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญคู่กับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ซึ่งตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ประกาศออกมาในกฎ ก.ตร. ระบุการพิจารณาแต่งตั้งสูงขึ้นยึดหลักอาวุโส 33% ซึ่งจะรวมพนักงานสอบสวนไว้ด้วย แต่เมื่อยกพนักงานสอบสวนออกไปก็จะหมดสิทธิ์เลื่อนขึ้นตามอาวุโส 33% ทันที

พ.ต.อ.ภรภัทร เปิดเผยอีกว่า ทางประธานสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ คงจะมีการพูดคุยกับสมาชิกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คงเคลื่อนไหวอะไรได้ไม่มาก เพราะเป็นคำสั่ง คสช. ไม่ใช่ กฎ ก.ตร. หรือนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เรายังสามารถออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมได้บ้าง แต่เมื่อเป็นคำสั่ง คสช. ก็คงทำได้อย่างเดียว คือการก้มหน้ารับและปฏิบัติตาม
"คำสั่งนี้เป็นการทำให้การทำงานของพนักงานสอบสวน (พงส.) เหมือนย้อนกลับไปเป็นเหมือนเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เป็นการตัดตอนและลดอำนาจพนักงานสอบสวน ต่อจากนี้อาจทำให้พนักงานสอบสวนเหนื่อยขึ้น ซ้ำยังไม่มีการแต่งตั้งมาทดแทน ถือว่าไม่แฟร์ ปัจจุบันยิ่งแทบจะไม่มีใครอยากมาทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว อยากให้คณะ คสช. ฟังให้ครบทุกฝ่ายก่อนที่จะพิจารณาตัดสินใจ ไม่ทราบว่าท่านคิดอะไร ผลที่จะออกมาคือประชาชนจะต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน เนื่องจากพนักงานสอบสวนเป็นผู้ที่สำคัญในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นก่อนที่จะไปถึงอัยการ และผู้พิพากษาเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน" พ.ต.อ.ภรภัทร กล่า

พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ในฐานะคณะทำงานพิจารณาการกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนตามคำสั่ง คสช. ม.44 ฉบับที่ 6 และ 7 ที่กำหนดยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน ออกมายืนยันว่า ไม่ใช่การลดอำนาจการทำงานของตำรวจ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ข้าราชการตำรวจที่มีหน้าที่ในการสอบสวน สามารถเปลี่ยนสายงานและขึ้นตำแหน่งผู้บริหารสถานีตำรวจได้ เพราะที่ผ่านมาตำแหน่งพนักงานสอบสวนเป็นการทำงานเฉพาะด้าน ทำให้เวลาพิจารณาเลื่อนตำแหน่งเกิดความเสียเปรียบกับตำแหน่งอื่นที่มีความเชี่ยวชาญหลายด้าน
"เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงยกเลิกความในมาตรา 44 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่มีการกำหนดตำแหน่งดังกล่าว แต่ปรับให้สู่ตำแหน่งหลัก ตั้งแต่รองสารวัตร ถึงรองผู้กำกับ ซึ่งถึงแม้จะยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน แต่เงินประจำตำแหน่งยังได้รับเช่นเดิม ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานสอบสวนจำนวน 10,438 คน" พล.ต.ต.สรไกร กล่าว
พร้อมยืนยัน สิ่งที่เกิดขึ้น จะไม่กระทบกับการพิจารณาโยกย้ายข้าราชการตำรวจในสายงานสืบสวนสอบสวนที่ได้รับการประเมินไปก่อนหน้านี้ เพราะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้พิจารณาก่อนคำสั่ง คสช. จะมีผล 15 วัน ขอยืนยันว่า การยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน เป็นขั้นตอนแรกของการปฏิรูปตำรวจให้สามารถก้าวหน้าในอาชีพ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2559 มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีการเซ็นคำสั่งกำชับแต่งตั้งพนักงานสอบสวนที่ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี สับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม และจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผบ.ตร.ก่อน ส่วนการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นข้ามหน่วยงานนั้น ต้องเห็นชอบจาก ก.ตร. ต้องระบุตำแหน่งใหม่ และเหตุผลความจำเป็นให้ชัดเจน


เนื่องจาก คณะอนุกรรมการประเมินพนักงานสอบสวน ได้ประกาศผลการทดสอบข้าราชการตำรวจที่ผ่านการทดสอบเพื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในระดับต่างๆ ประจำปี 2558 ไปแล้ว ดังนั้น เพื่อให้การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก่อนที่คำสั่งหน้า คสช. มีผลใช้บังคับ จึงให้หน่วยดำเนินการดังนี้
1. ให้ถือปฏิบัติบันทึกสั่งการ ตร. ลง 28 ม.ค. 2559 ที่ได้มีการแจ้งตามนัยหนังสือ สกพ. ที่ 0009.231/709 ลง 28 ม.ค. 59 โดยเคร่งครัด สำหรับ พงส.ผนพ.ที่ผ่านการทดสอบฯ แต่มีจำนวนเกินกรอบตำแหน่งที่จะแต่งตั้งในหน่วยต้นสังกัดให้ สกพ. จัดสรรตำแหน่งว่างในหน่วยอื่นเพื่อรองรับการแต่งตั้ง แล้วแจ้งให้หน่วยที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อดำเนินการแต่งตั้งตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
2. การแต่งตั้งพนักงานสอบสวนสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็น เพื่อเปิดกรอบตำแหน่งสำหรับใช้รองรับการแต่งตั้ง พงส.ผทค. หรือ พงส.ผชช. เท่านั้น
3. การแต่งตั้งพนักงานสอบสวนที่ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี สับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผบ.ตร.ก่อน และการแต่งตั้ง พงส.ผนพ. เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นข้ามหน่วยงาน (กรณีที่หน่วยมีกรอบตำแหน่ง พงส.ผทค. ไม่เพียงพอ) ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร.ก่อน ให้ระบุตำแหน่งใหม่และเหตุผลความจำเป็นให้ชัดเจน พร้อมจัดส่งข้อมูลไฟล์ Excel ทาง E-mail address : royalpolice_4@hotmail.com และ polappointment@gmail.com และจัดทำบัญชีสรุปรายชื่อข้าราชการตำรวจที่เสนอขอรับความเห็นชอบ และให้รวบรวมบัญชีรายชื่อ โดยให้เสนอไปยัง ตร. (ผ่าน ทพ.) ภายใน 11 ก.พ. 59 ตามรูปแบบ ผนวก ก ข ค และ ง
4. ให้หน่วยดำเนินการแต่งตั้งพนักงานสอบสวนที่ผ่านการทดสอบเพื่อเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นประจำปี 2558 และที่เกี่ยวพันกันให้เสร็จสิ้น ให้มีคำสั่งแต่งตั้งใน 17 ก.พ. 59 และมีผลบังคับใช้ 18 ก.พ. 59 โดยพร้อมกัน
สุดท้ายแล้ว คงต้องจับตามองกันต่อไปว่า สหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ จะมีปฏิกริยา ผลตอบรับอย่างไรกับหนังสือคำสั่งฉบับล่าสุด จากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เหตุผลในการปฏิรูปตำรวจโดยใช้ ม.44 ยกเลิกการปรับตำแหน่งเมื่อครบวาระ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดใช้อะไร? เป็นตัวตัดสินใจชี้วัดนี้...มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง หรือว่า การปฏิรูปตำรวจโดยใช้ ม.44 จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของระบบข้าราชการตำรวจไทยในยุคนี้
http://www.thairath.co.th/content/575349
0 comments