Social
เจาะขุมทรัพย์ลูกเทพ EP.2 เปิดที่มากุมารทองกลายพันธุ์ “พ่อจ๋าหนูอยากอยู่ด้วย...”
4:02 PM

จากนั้น ตนจึงอธิษฐานจิตกลับไปว่า “หากอยากมาอยู่กับพ่อ ทำให้พ่อได้เงินสี่หมื่น แล้วพ่อจะพามาอยู่ด้วย” ผ่านไปราว 15 นาที หมอแมค ขั้นเทพ ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า มีเงินโอนเข้าบัญชีของหมอแมคทั้งสิ้น 39,999 บาท และด้วยเหตุนี้ ตนจึงตัดสินใจเดินกลับไปซื้อตุ๊กตาตัวดังกล่าว พร้อมพาไปทำบุญตามสถานที่ต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง จนมีพระรูปหนึ่งพบเห็นเข้า จึงขออุ้มและเป่ามนต์ลงคาถาให้ จากนั้น ตนจึงเลี้ยงดูตุ๊กตาลูกเทพอย่างดีเรื่อยมา




นายธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล หรือ บุ๊คโกะ ดีเจคลื่น 94 อีเอฟเอ็ม กล่าวถึงน้องลูกเทพวันใสที่ตนเลี้ยงดูเสมือนลูกว่า โดยส่วนตัว ตนมีความเชื่อความศรัทธาในสิ่งลี้ลับ หรือไสยศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งภายหลังจากที่ตนได้มีโอกาสเลี้ยงดูลูกเทพวันใส ชีวิตหน้าที่การงาน การเงินของตนก็ราบรื่นรุ่งเรืองเป็นอย่างดี และยืนยันว่า เลี้ยงลูกเทพด้วยความศรัทธา เสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยึดเหนี่ยวจิตใจ มิใช่เลี้ยงเพื่อตามกระแสแฟชั่นแต่อย่างใด
โดย บุ๊คโกะได้เล่าถึงความเชื่อส่วนบุคคลของตนไว้ว่า ค่ำคืนหนึ่งในเวลาราวตีสาม ซึ่งเป็นเวลาที่ดีเจบุ๊คโกะกำลังนอนหลับอยู่นั้น จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนกับว่า ไฟในห้องน้ำ ซึ่งอยู่ในห้องนอนของเธอถูกเปิดขึ้น ทั้งๆ ที่เธอได้ปิดไฟตั้งแต่ก่อนเข้านอนแล้ว บวกกับการที่บุ๊คโกะมีนิสัยที่ไม่สามารถเปิดไฟนอนได้ ยิ่งทำให้เธอมั่นใจว่า ได้ปิดไฟไปแล้วจริงๆ และไม่มีทางที่เธอจะไม่เห็นว่าไฟในห้องน้ำยังไม่ได้ปิด ดังนั้น จึงทำให้เธอเกิดความสงสัยตามมาว่า ไฟที่ถูกเปิดขึ้นในยามดึกนั้น เป็นฝีมือของใคร

โดยเจ้าหญิงแห่งวงการวิทยุ กล่าวถึงวันใสลูกเทพอันเป็นที่รักอีกว่า “เวลาที่บุ๊คโกะไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าก็จะอุ้มน้องวันใสไปด้วย หรือเวลาที่พาไปทานข้าวตามร้านอาหารต่างๆ บุ๊คโกะก็จะขอถ้วยชามอีกชุดหนึ่งแยกต่างหาก บุ๊คโกะปฏิบัติกับน้องเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว หากเห็นว่าใครกลัว ก็ไม่ต้องเอาน้องไปใกล้เขา”


ทีมข่าวพูดคุยกับ นายสมพงษ์ กันภัย หรือที่รู้จักกันในนาม อ.หนู กันภัย ถึงข้อกังขาในพลังงานบางอย่างที่มีอยู่ในตัวตุ๊กตาลูกเทพ ซึ่ง อ.หนู นักสักยันต์ชื่อดัง กล่าวกับทีมข่าวถึงลักษณะของตุ๊กตาลูกเทพว่า ลูกเทพมีความแตกต่างจากกุมารทอง เพราะฉะนั้น ตุ๊กตาลูกเทพจึงไม่จำเป็นต้องมีการเซ่นไหว้ด้วยหมู เห็ด เป็ด ไก่ หรือน้ำแดงแต่อย่างใด
“ในตัวตุ๊กตาลูกเทพจะไม่มีวิญญาณใดๆ อยู่เลย หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ เมื่อก่อนมีการปลุกเสกตะกรุด แต่เอาคาถาที่ปลุกเสกตะกรุดมาปลุกเสกลูกเทพแทน โดยคาถาอาคมที่ใช้ปลุกเสกลูกเทพ ส่วนใหญ่จะใช้คาถาเมตตามหานิยม คาถาคงกระพัน คาถาโชคลาภ คาถาอิติปิโสแปดทิศ คาถาโภคทรัพย์ หรือคาถาค้าขาย เป็นต้น แต่ไม่ใช่การเรียกเทพมาสถิตย์ในตุ๊กตา เนื่องจากเป็นสิ่งผิดวิสัย” อ.หนู อธิบายถึงคาถาที่ใช้ปลุกเสกลูกเทพ

โดย อาจารย์หนู แห่งสำนักสักยันต์ชื่อก้องโลก ยืนยันกับทีมข่าวว่า อาจารย์ไม่รับปลุกเสกลูกเทพ โดยในช่วงที่ผ่านมา มีลูกศิษย์อุ้มตุ๊กตาลูกเทพ เพื่อหวังจะให้ตนปลุกเสกให้ แต่ตนก็ปฏิเสธ พร้อมอธิบายให้ผู้เลี้ยงดูลูกเทพเกิดความเข้าใจว่า การเลี้ยงดูลูกเทพที่ถูกต้องไม่ต้องเซ่นไหว้ และไม่จำเป็นต้องอุ้มไปตามสถานที่ต่างๆ เพราะวิธีการที่ถูกต้อง คือ ผู้เลี้ยงต้องทำบุญ หมั่นทำความดี


“ในทัศนคติของ อ.หนู ตุ๊กตาลูกเทพมีอยู่จริง หรือมีความศักดิ์สิทธิ์จริงหรือ?” ทีมข่าวถามอาจารย์สักยันต์ชื่อดัง ซึ่งได้รับคำตอบว่า “ความศักดิ์สิทธิ์ของตุ๊กตาลูกเทพอยู่ที่ความเชื่อของแต่ละบุคคล เพราะในตัวลูกเทพไม่มีวิญญาณ แต่เป็นเพียงการปลุกเสกคาถาลงไปเท่านั้น”
หนู กันภัย อาจารย์สักยันต์ชื่อดัง กล่าวเตือนสติถึงผู้ที่เลี้ยงดูลูกเทพว่า “การเลี้ยงลูกเทพไม่ใช่เรื่องผิด แต่เราควรเลี้ยงดูลูกเทพอยู่กับบ้านของเราก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องนำออกไปตามสถานที่ต่างๆ และมิใช่การพาไปรับประทานอาหาร หรือนั่งป้อนข้าวตุ๊กตา เพราะลูกเทพอาจน่ารักสำหรับเรา แต่น่ากลัวสำหรับคนอื่น ดังนั้น ผู้เลี้ยงดูต้องพึงระวัง คือ อย่าทำให้ลูกเทพของเรา สร้างความเดือดร้อนไม่ว่าจะทางกาย หรือใจแก่ผู้อื่น”
“หัวใจสำคัญของการเลี้ยงดูตุ๊กตาลูกเทพ ไม่แตกต่างจากการเลี้ยงลูกคน
เฉกเช่นเดียวกับคำกล่าวยอดฮิตของชาวเน็ตที่ว่า...ลูกของคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน”
http://www.thairath.co.th/content/574437
0 comments